ผู้ใช้ระบบ SolarRooftop ต้องจ่าย 1 สตางค์ต่อหน่วย ให้กองทุน

กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ย้ำ ผู้ผลิตโซลาร์รูฟท็อปเสรี กำลังการผลิตเกิน 1 เมกะวัตต์​ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า 1 สตางค์ต่อหน่วย ระบุหากมีการเปิดเสรีเต็มรูปแบบจริง จะต้องพิจารณาปรับเกณฑ์การเก็บเงินใหม่ให้เหมาะสมและเพียงพอต่อการพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ส่วนการพิจารณาอนุมัติโครงการที่ขอใช้เงินกองทุนฯประจำปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ ภายใต้กรอบวงเงิน 3,046 ล้านบาท พร้อมทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกสู่สื่อสังคมออนไลน์และปล่อยรถคาราวาน กระตุ้นชุมชนมีส่วนร่วมใช้ประโยชน์จากกองทุนฯ ให้มากขึ้น นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดเผยว่าโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป)เสรีที่ภาครัฐเตรียมเปิดให้เข้าร่วมโครงการในอนาคตนั้น ทางผู้ผลิตไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปเสรีจะต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าอัตรา 1 สตางค์ต่อหน่วย กรณีที่มีกำลังการผลิตเกิน 1,000 KVA (Kilo Volt Amp ) หรือเกิน 1 เมกะวัตต์ ทั้งนี้เนื่องจาก กกพ.มีระเบียบกำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนเกิน 1 เมกะวัตต์ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าและต้องมีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าด้วย แต่ในส่วนผู้ผลิตไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ขายเข้าระบบไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ จะไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ อย่างไรก็ตามในอนาคตหากเปิดโซลาร์รูฟท็อปแบบเสรีเต็มรูปแบบ ไม่จำกัดโควต้าการผลิต คาดว่าการผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ขนาดเล็กจะเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะน้อยลง ทำให้มีผลกระทบต่อการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ. ซึ่ง กกพ. … Read more

กฟภ. แก้ข่าวไม่เก็บ Solar Roof Top

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี โฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยืนยัน กฟผ. ไม่ได้เสนอการเก็บค่าไฟฟ้าสำรองต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ตามที่มีประเด็นข่าวว่า กฟผ. ได้เสนอเรื่องให้ กกพ. จัดเก็บค่าระบบสำรองไฟฟ้า (Backup Rate) ที่ 100 – 200 บาท/เดือน สำหรับผู้ที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังคงพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าของประเทศ กฟผ. ขอชี้แจงว่า กฟผ. มิได้เสนอการเก็บค่าไฟฟ้าสำรอง ต่อ กกพ. ตามข่าว ที่มาของประเด็นดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการสัมมนาสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2560 เรื่อง “นวัตกรรม กฟผ. 4.0” ซึ่ง กฟผ. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศในการสัมมนาว่า ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับความนิยม และมีราคาถูกลง ทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้มากขึ้น มีผลให้รูปแบบความต้องการไฟฟ้าในแต่ละวันเปลี่ยนแปลงไป โดยในช่วงเย็นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ความต้องการไฟฟ้าจะสูงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกประเทศจึงต้องเตรียมระบบรองรับไว้ เช่น การลงทุนโรงไฟฟ้าสำรองหรือแบตเตอรี่สำรองที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว เฉพาะช่วงที่ไม่มีแดดหรือในช่วงเย็น เป็นต้น ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ซึ่งในต่างประเทศ … Read more

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save